คนรู้จักของฉันถูกจับ

การจับกุมนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักข่าว และนักกิจกรรมเคลื่อนไหวทำให้พวกเขาและคนที่ร่วมงานกับพวกเขาตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงสูง

คู่มือฉบับนี้มุ่งเน้นสำหรับการใช้งานในประเทศที่ยังบกพร่องด้านสิทธิมนุษยชนและกระบวนการทางกฎหมายอันชอบธรรม ประเทศที่เจ้าหน้าที่รัฐสามารถขัดขวางขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายได้ หรือประเทศที่ตัวแสดงที่มิใช่รัฐสามารถปฏิบัติการได้อย่างเสรี และการควบคุมตัวหรือการจับกุมก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเหยื่อ เพื่อนร่วมงาน และญาติมากกว่าปกติ

ในคู่มือฉบับนี้ เรามีความตั้งใจจะบรรเทาอันตรายที่พวกเขาเผชิญและจำกัดมิให้ผู้ควบคุมตัวสามารถเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหว ซึ่งอาจนำไปใช้ลงโทษเอาผิดเหยื่อและเพื่อนร่วมงาน หรืออาจถูกนำไปต่อรองเกี่ยวกับการปฏิบัติงานอื่นๆ

การดูแลผู้ถูกควบคุมตัวไปพร้อมๆกับผลกระทบทางดิจิทัลจากการควบคุมตัว อาจนับเป็นเรื่องน่าเหน็ดเหนื่อยและท้าทาย คุณอาจลองมองหาคนอื่นๆมาสนับสนุนและช่วยรับบทบาทประสานงานระหว่างงานของคุณกับชุมชนที่เกี่ยวข้อง

อีกทั้ง การดูแลตัวคุณเองและผู้อื่นที่ถูกกระทบจากการจับกุมนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยสามารถทำได้จาก:

หากคุณรู้สึกท่วมท้นไปด้วยข้อมูลทางเทคนิคหรืออารมณ์ หรือ ไม่อยู่ในสภาวะที่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบุไว้ด้านล้าง (ไม่ว่าด้วยเหตุใด) กรุณาติดต่อองค์กรต่างๆ ซึ่งมีบริการช่วยจัดแจงเบื้องต้น เพื่อขอความช่วยเหลือและการชี้แนะแนวทาง ดังนี้

Make a plan

ก่อนคุณปฏิบัติตามแนวทางในส่วนต่างๆที่เราได้ระบุไว้ด้านล่าง กรุณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  • -พยายามอ่านคู่มือทั้งฉบับและทำความเข้าใจภาพรวมเกี่ยวกับแง่มุมสำคัญต่างๆของผลกระทบ ก่อนดำเนินการเคลื่อนไหวใดๆในแต่ละด้าน เนื่องจากแต่ละส่วนเน้นย้ำถึงสถานการณ์จำลองเกี่ยวกับภัยคุกคามต่างๆ ซึ่งอาจมีบางจุดร่วมกัน ดังนั้น คุณจำเป็นต้องจัดลำดับสิ่งที่ตัวคุณจะทำขึ้นเอง
  • ใช้เวลากับเพื่อนๆหรือทีมในการประเมินความเสี่ยงรูปแบบต่างๆ ซึ่งนับเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแต่ละส่วนของคู่มือนี้

Get ready before you act

คุณมีเหตุให้เชื่อว่า การจับกุมหรือควบคุมตัวนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสมาชิกในครอบครัว เพื่อน ผู้ร่วมงานของผู้ถูกควบคุมตัว หรือตัวคุณเองหรือไม่?

คู่มือฉบับนี้จะช่วยนำทางคุณไปตามขั้นตอนต่างๆ ที่เป็นวิธีช่วยแก้ปัญหาเพื่อลดความเสี่ยงภัยของผู้ถูกควบคุมตัวและผู้ใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเขา

เคล็ดลับในการตอบสนองอย่างพร้อมเพรียง:

ในทุกกรณีที่มีบุคคลถูกควบคุมตัว สิ่งแรกที่ต้องทราบคือว่า บ่อยครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เพื่อนและผู้ร่วมงานหลายคนจะตอบสนองพร้อมกัน จึงทำให้เกิดการทำงานซ้ำหรือขัดแย้งกันเอง ดังนั้น เราควรจำไว้ว่า การประสานงานและการขับเคลื่อนร่วมกัน ทั้งในระดับท้องที่และนานาชาติ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการช่วยเหลือผู้ถูกควบคุมตัวและการดูแลบุคคลอื่นๆภายในเครือข่ายที่คอยสนับสนุน ครอบครัว และเพื่อนของเขา

  • จัดตั้งทีมรับมือกับวิกฤติที่จะต้องประสานงานเกี่ยวกับกิจกรรมช่วยเหลือ การดูแล การรณรงค์ ฯลฯให้สมาชิกในครอบครัว คู่ชีวิต ฯลฯ ได้มีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (โดยเคารพข้อจำกัดของพวกเขา เช่นในกรณีที่พวกเขารู้สึกอึดอัด)
  • ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการรณรงค์เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือ (และทบทวนเป้าหมายดังกล่าวบ่อยๆ) ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจตั้งจุดประสงค์ระยะสั้นให้ผู้ถูกควบคุมตัวได้รับการปล่อยตัว รับประกันสวัสดิภาพของเขา หรือคุ้มครองและรับรองสวัสดิภาพของครอบครัวและผู้สนับสนุน
  • ตกลงกันเกี่ยวกับช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัย ความถี่ และข้อจำกัด (เช่น ห้ามสื่อสารกันระหว่าง 22:00 น. ถึง 8:00 น. นอกจากมีเหตุฉุกเฉินหรือข่าวด่วน)
  • กระจายงานให้สมาชิกทีมและติดต่อบุคคลที่สามเพื่อขอความช่วยเหลือ (ด้านการวิเคราะห์, การรณรงค์เคลื่อนไหว, งานเกี่ยวกับสื่อ, การเก็บบันทึกข้อมูล, ฯลฯ)
  • ขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากบุคคลภายนอก “ทีมรับมือวิกฤติ” ในการจัดหาปัจจัยขั้นพื้นฐาน (เช่น มื้ออาหาร ฯลฯ เป็นต้น)

คำเตือนเรื่องความปลอดภัยทางดิจิทัล

หากคุณมีเหตุให้เกรงกลัวผลที่จะตามมาสำหรับตัวคุณเองหรือผู้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนคนอื่นๆ คุณควรดำเนินการตามขั้นตอนการป้องกันเหตุเกี่ยวกับความปลอดภัยทางดิจิทัลเพื่อปกป้องตัวคุณเองและผู้อื่นจากอันตรายซึ่งหน้า ก่อนที่จะเข้าไปจัดการเรื่องฉุกเฉินทางดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการถูกควบคุมตัวของเพื่อนคุณ

  • ตกลงกันภายในเครือข่ายของผู้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนของคุณว่า จะใช้ช่องทางใดในการสื่อสาร(อย่างปลอดภัย) เพื่อประสานงานในการบรรเทาเหตุและสื่อสารเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัวกับสิ่งที่จะตามมาในอนาคต
  • ลดปริมาณข้อมูลที่เก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และปกป้องข้อมูลในอุปกรณ์ของคุณด้วย การเข้ารหัส
  • สร้าง แหล่งข้อมูลสำรองที่ปลอดภัยและเข้ารหัส ข้อมูลทั้งหมดของคุณ และเก็บไว้ในสถานที่ที่จะไม่ถูกพบระหว่างการตรวจค้นหรือการควบคุมตัวในลำดับต่อมา
  • แจ้งรหัสผ่านของอุปกรณ์ บัญชีออนไลน์ ฯลฯ กับบุคคลที่ไว้วางใจได้ที่ไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายซึ่งหน้า
  • ตกลงกันว่าจะดำเนินการใดบ้างเป็นลำดับแรก หากถูกควบคุมตัว (เช่น การปิดบัญชีชั่วคราว การลบข้อมูลในอุปกรณ์ผ่านทางไกล เป็นต้น)

Risk assessment

Reduce possible harm caused by our own actions

โดยทั่วไป คุณควรพยายามคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยใช้คำถามนี้เป็นจุดตั้งต้น:

  • การเคลื่อนไหวในแต่ละครั้งและหลายๆครั้งรวมกันมีผลลัพธ์ต่อผู้ถูกควบคุมตัว ชุมชนของเขา เพื่อนนักกิจกรรมเคลื่อนไหว เพื่อนฝูง ครอบครัวของเขา ฯลฯ รวมถึงตัวคุณอย่างไร?

แต่ละส่วนต่อไปนี้ได้อธิบายอย่างเป็นขั้นตอนถึงแง่มุมพิเศษต่างๆของการประเมินความเสี่ยง

สิ่งที่ต้องพิจารณาโดยเบื้องต้น ประกอบไปด้วย:

  • ตรวจสอบให้มั่นใจว่าคุณได้บันทึกเนื้อหาหรือข้อมูลที่คุณกำลังจะลบ ก่อนกำจัดบัญชี ข้อมูล โซเชียลมีเดียเทรด ฯลฯ โดยเฉพาะในกรณีที่คุณอาจต้องนำเนื้อหาหรือข้อมูลนั้น หรือจำเป็นต้องใช้เนื้อหาหรือข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานในเวลาต่อมา
  • หากคุณลบหรือกำจัดบัญชีหรือไฟล์ต่างๆ ควรตระหนักรู้ว่า: o เจ้าหน้าที่รัฐสามารถตีความการกระทำนี้เป็นการทำลายหรือเคลื่อนย้ายหลักฐานได้ o การกระทำนี้อาจทำให้สถานการณ์ของผู้ถูกควบคุมตัวยากลำบากยิ่งขึ้น หากพวกเขาอนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐได้เข้าถึงบัญชีหรือไฟล์เหล่านี้ แต่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปหาไม่พบ ผู้ถูกควบคุมตัวจะถูกมองว่าไม่มีความน่าเชื่อถือ และอาจมีการกระทำใดๆต่อผู้ถูกควบคุมตัวเนื่องด้วยการลบข้อมูลดังกล่าว o หากคุณแจ้งคนว่า ข้อมูลส่วนตัวที่เก็บไว้ในอุปกรณ์หรือบัญชีถูกยึดโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และการสื่อสารนี้ถูกแทรกแซง การแจ้งนี้อาจถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมประกอบความเชื่อมโยงกับผู้ถูกควบคุมตัว o การเปลี่ยนแปลงกระบวนการสื่อสาร (รวมถึงการลบบัญชี ฯลฯ) อาจดึงดูดความสนใจจากเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้นกว่าเดิม

Informing Contacts

โดยทั่วไป เราไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่ทำหน้าที่ควบคุมตัวมีความสามารถในการสร้างผังเครือข่ายของผู้ที่ติดต่อกับผู้ถูกควบคุมตัวหรือไม่ และไม่สามารถบอกได้ว่าหน่วยงานนั้นได้กระทำสิ่งนี้หรือไม่ ดังนั้น เราจำเป็นต้องตั้งสมมติฐานในกรณีที่เลวร้ายที่สุดว่า หน่วยงานนั้นได้ดำเนินการทำสิ่งนี้ หรือกำลังจะทำ

ก่อนที่จะเริ่มแจ้งไปยังผู้ที่ติดต่อกับผู้ถูกควบคุมตัว โปรดประเมินความเสี่ยงในการแจ้งพวกเขา:

  • คุณมีสำเนารายชื่อของผู้ที่ติดต่อกับผู้ถูกควบคุมตัวหรือไม่? คุณสามารถตรวจสอบว่ามีใครในรายชื่อผู้ติดต่อนั้น ไม่ว่าในอุปกรณ์ต่างๆ บัญชีอีเมล และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเขาหรือไม่? รวบรวมรายชื่อของผู้ที่อาจติดต่อกับผู้ถูกควบคุมตัวเพื่อให้เข้าใจภาพรวมว่าใครอาจได้รับผลกระทบบ้าง
  • มีความเสี่ยงว่า การแจ้งเตือนผู้ที่ติดต่อกับผู้ถูกควบคุมตัวเหล่านี้ จะยิ่งสร้างความเชื่อมโยงระหว่างพวกเขากับผู้ถูกควบคุมตัว และข้อมูลนี้อาจถูกหน่วยงานควบคุมตัวนำไปใช้ (อย่างมิชอบ) เพื่อเล่นงานพวกเขาหรือไม่?
  • คุณควรแจ้งเตือนทุกคนหรือเพียงแค่บางส่วนในรายชื่อผู้ติดต่อกับผู้ถูกควบคุมตัว?
  • ใครจะเป็นผู้แจ้งเตือนผู้ติดต่อกับผู้ถูกควบคุมตัวคนไหนบ้าง? ใครเคยติดต่อกับใครอยู่แล้วบ้าง? การตัดสินใจนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง?
  • จัดหาช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัยที่สุด รวมถึงการพบปะแบบส่วนตัวในสถานที่ที่ไม่มีกล้องวงจรปิดเพื่อแจ้งเตือนผู้ติดต่อกับผู้ถูกควบคุมตัวซึ่งถูกอาจโยงเข้าไปมีส่วน

Document to Keep Evidence

ก่อนคุณลบเนื้อหาใดๆ จากเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย เทรด ฯลฯ คุณอาจควรเก็บบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้ก่อน คุณควรบันทึกข้อมูลเหล่านี้ไว้เพื่อตรวจจับสัญญาณหรือหลักฐานของการนำบัญชีหรือเนื้อหาไปใช้ในทางมิชอบ เช่น การเผยแพร่เนื้อหาเพิ่มเติมหรือปลอมตัว เป็นต้น โดยสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย

คุณอาจใช้วิธีการที่แตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่คุณต้องการบันทึกความเคลื่อนไหวหรือข้อมูลออนไลน์:

  • คุณสามารถบันทึกหน้าจอในส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง (ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีข้อมูลเวลาการโพสต์, รหัส URL, ฯลฯ อยู่ในภาพบันทึกนั้น)
  • คุณสามารถตรวจสอบเว็บไซต์หรือบล็อกที่ได้รับการจัดเก็บไว้ในแฟ้มดัชนีที่ Wayback Machine หรือดาวน์โหลดเว็บไซต์หรือบล็อกนั้นๆ เข้าไปในอุปกรณ์ของคุณ

อย่าลืมว่า คุณควรดาวน์โหลดข้อมูลเอาไว้ในอุปกรณ์ที่มีความปลอดภัยและเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัย

Device Seizure

หากอุปกรณ์ใดๆ ของผู้ถูกควบคุมตัวถูกยึดกระหว่างหรือภายหลังการจับกุม กรุณาอ่านคู่มือ ฉันสูญเสียอุปกรณ์ของฉันไป โดยเฉพาะในส่วนเรื่อง การลบข้อมูลจากทางไกล รวมไปถึงข้อแนะนำในกรณีที่มีการควบคุมตัว

Incriminating Online Data and Accounts

หากผู้ถูกควบคุมตัวมีข้อมูลที่อาจเป็นอันตรายต่อเขาหรือบุคคลอื่นๆในอุปกรณ์ของเขา เขาอาจควรพยายามจำกัดการเข้าถึงข้อมูลนั้นสำหรับผู้กระทำการควบคุมตัว

ก่อนดำเนินการดังกล่าว ให้เปรียบเทียบความเสี่ยงจากข้อมูลนั้นกับความเสี่ยงว่ากองกำลังความมั่นคงอาจโกรธเคืองที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ (หรือความเสี่ยงว่าอาจมีการดำเนินการทางกฎหมายเนื่องจากการทำลายหลักฐาน) หากความเสี่ยงที่เกิดจากข้อมูลนั้นสูงกว่า คุณสามารถดำเนินการลบข้อมูลที่เกี่ยวกับ และ/หรือ ปิด/ระงับและตัดขาดการเชื่อมโยงบัญชีต่างๆ ตามวิธีการด้านล่างนี้:

Suspend or Close Online Accounts

หากคุณสามารถเข้าถึงบัญชีที่คุณต้องการปิดได้ คุณสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนของบัญชีต่างๆได้เลย โปรดตรวจสอบให้มั่นใจว่าคุณมีข้อมูลสำรองหรือสำเนาของเนื้อหาและข้อมูลที่ถูกลบไปด้วย! ขอให้คุณทราบว่า หลังจากปิดบัญชีแล้ว เนื้อหาต่างๆจะมิได้หายไปทันที ยกตัวอย่างเช่น Facebookอาจใช้เวลาถึง 2 อาทิตย์จนกว่าเนื้อหาจะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด

หากคุณไม่สามารถเข้าถึงบัญชีของผู้ถูกควบคุมตัว หรือคุณจำเป็นต้องดำเนินการกับบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเร่งด่วนมากกว่านั้น โปรดเข้ารับความช่วยเหลือสนับสนุนจากองค์กรที่มีรายชื่อที่นี่ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบริการด้านความปลอดภัยของบัญชี

Delink Accounts from Devices

บางครั้ง คุณอาจต้องการตัดการเชื่อมโยงบัญชีของคุณกับอุปกรณ์ด้วยเช่นกัน เนื่องจากความเชื่อมโยงนั้นอาจทำให้ใครก็ตามที่ควบคุมอุปกรณ์สามารถเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหวได้ หากต้องการดำเนินการดังกล่าว คุณสามารถปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติใน Workflow "ฉันสูญเสียอุปกรณ์ของฉันไป ".

อย่าลืมตัดการเชื่อมโยง บัญชีธนาคารออนไลน์ กับอุปกรณ์ต่างๆด้วย

Change Passwords

หากคุณตัดสินใจปิดหรือระงับบัญชีต่างๆ การเปลี่ยนรหัสผ่านก่อนอาจเป็นประโยชน์ โดยคุณสามารถทำตามวิธีการปฏิบัติใน Workflow "ฉันสูญเสียอุปกรณ์ของฉันไป".

นอกจากนี้ ให้พิจารณาเปิดใช้งานระบบการยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของบัญชีของผู้ถูกควบคุมตัว โดยทำตามวิธีการปฏิบัติใน Workflow "ฉันสูญเสียอุปกรณ์ของฉันไป”.

ในกรณีที่ใช้รหัสผ่านเดียวกันกับหลายบัญชี คุณควรเปลี่ยนรหัสผ่านที่ถูกกระทบทั้งหมดในบัญชีเหล่านั้น เนื่องจากว่าบัญชีเหล่านั้นอาจตกอยู่ในความเสี่ยงแล้ว

เคล็ดลับอื่นๆ ในการเปลี่ยนรหัสผ่าน

  • ใช้เครื่องมือจัดการรหัสผ่าน (เช่น KeepassXC) สำหรับการบันทึกรหัสที่เปลี่ยนไป เพื่อการนำมาใช้ต่อหรือนำไปมอบให้ผู้ถูกควบคุมตัวหลังจากได้รับการปล่อยตัว
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้แจ้งรหัสผ่านที่ถูกเปลี่ยนแก่ผู้ถูกควบคุมตัวทันใดที่ได้รับการปล่อยตัว และให้เขาได้เป็นเจ้าของรหัสนั้นเช่นเดิม

Remove Group Membership and Unshare Folders

หากผู้ถูกควบคุมตัวเป็นสมาชิกกลุ่มใดๆ ซึ่งอาจหมายรวมถึง แต่ไม่จำกัดอยู่เพียงตัวอย่างเช่น แชทกลุ่มทางFacebook, WhatsApp, Signal, และ Wire หรือสามารถเข้าถึงแฟ้มที่แชร์กันผ่านทางออนไลน์ และการอยู่ในกลุ่มดังกล่าวทำให้ผู้กระทำการควบคุมตัวสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับและอาจเป็นอันตรายได้ คุณอาจควรลบเขาออกจากกลุ่มหรือพื้นที่ที่แชร์ร่วมกันผ่านช่องทางออนไลน์

วิธีการลบสมาชิกออกจากกลุ่มในบริการส่งข้อความโต้ตอบทันทีต่างๆ

  • WhatsApp
  • Telegram o สำหรับระบบ iOS: คนที่สร้างกลุ่มสามารถลบสมาชิกโดยเลือก "ข้อมูลกลุ่ม" และปัดชื่อของผู้ใช้ที่เขาต้องการลบออกไปทางซ้าย o สำหรับระบบ Android: แตะสัญลักษณ์ดินสอ เลือกไปที่ "สมาชิก" แตะที่จุดสามจุดหลังจากชื่อของสมาชิกที่ต้องการลบออก และเลือก "ลบออกจากกลุ่ม"
  • Wire o วิธีการใช้ในโทรศัพท์มือถือ o วิธีการใช้ในเดสก์ท็อป
  • Signal – คุณไม่สามารถลบสมาชิกออกจากกลุ่มSignalได้ สิ่งที่คุณสามารถทำได้คือ สร้างกลุ่มใหม่ที่ไม่มีบัญชีของผู้ที่ถูกจับ

วิธีการยกเลิกการแชร์แฟ้มในช่องทางบริการออนไลน์ต่างๆ

  • Facebook
  • [GDrive] - ก่อนอื่น ค้นหาไฟล์ผ่านช่อง "ไปยัง" ซึ่งช่วยดำเนินการค้นหา(to:username@gmail.com)จากนั้นเลือกผลลัพธ์ทั้งหมดและกดที่สัญลักษณ์แชร์ เลือก “ขั้นสูง” และลบที่อยู่จากบทสนทนาและบันทึก
  • Dropbox
  • iCloud

Feed Deletion

ในบางกรณี คุณอาจต้องการลบเนื้อหาจากไทม์ไลน์โซเชียลมีเดียของผู้ถูกควบคุมตัว หรือจากฟีดอื่นๆที่เชื่อมโยงกับบัญชีของเขา เนื่องจากมันอาจถูกนำมาใช้ในทางมิชอบในฐานะหลักฐานเพื่อเอาผิดเขา หรือก่อให้เกิดความสับสนและความขัดแย้งภายในชุมชนของผู้ถูกควบคุมตัว หรือทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง บริการบางประเภทได้ช่วยทำให้การลบฟีดและโพสต์ต่างๆจากบัญชีและไทม์ไลน์ง่ายขึ้น แนวทางปฏิบัติสำหรับTwitter, Facebook และ Instagram อยู่ในลิงก์ด้านล่าง โปรดตรวจสอบให้มั่นใจว่าคุณได้บันทึกเนื้อหาที่ต้องการลบไว้แล้ว เผื่อในกรณีที่คุณจำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐาน หากมีการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ฯลฯ

Delete Harmful Online Associations

หากมีข้อมูลออนไลน์ที่มีการกล่าวชื่อของผู้ถูกควบคุมตัว ซึ่งอาจมีผลกระทบทางลบต่อเขาหรือผู้ที่ติดต่อกับเขา ข้อมูลดังกล่าวอาจควรถูกลบทิ้งเพื่อมิให้เป็นอันตรายต่อผู้ถูกควบคุมตัวต่อไปในอนาคต

  • จัดทำรายชื่อของพื้นที่และข้อมูลในโลกออนไลน์ที่ต้องถูกลบหรือเปลี่ยนแปลง
  • เมื่อคุณได้ระบุเนื้อหาที่ต้องถูกลบหรือเปลี่ยนแปลงแล้ว คุณอาจควรเก็บข้อมูลเหล่านั้นสำรองไว้ก่อนที่จะดำเนินการลบหรือส่งคำร้องขอให้ลบเนื้อหานั้นออกไป
  • ประเมินว่า การลบชื่อของผู้ถูกควบคุมตัวจะมีผลในทางลบกับสถานการณ์ของเขาหรือไม่ (เช่น การลบชื่อของเขาของจากรายชื่อพนักงานองค์กรอาจช่วยปกป้ององค์กร แต่อาจเป็นการพรากโอกาสในของผู้ถูกควบคุมตัวในการกล่าวอ้างข้อมูลนี้ เช่น ในกรณีที่เขาทำงานกับองค์กรนั้นจริงๆ)
  • หากคุณสามารถเข้าถึงเว็บไซต์หรือบัญชีนั้นๆได้ ให้เปลี่ยนหรือลบเนื้อหาและข้อมูลที่อ่อนไหวออกไป
  • หากคุณไม่สามารถเข้าถึงได้ ให้ขอให้คนที่สามารถเข้าถึงได้ลบข้อมูลอ่อนไหวออกไป
  • คุณสามารถหาวิธีการลบเนื้อหาจากกูเกิลได้ผ่าน บริการต่างๆของกูเกิล ที่นี่
  • ตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่มีข้อมูลนั้นๆอยู่ ได้ขึ้นบัญชีดัชนีกับ Wayback Machine หรือ Google Cache หรือไม่ หากได้ขึ้น เนื้อหาในนั้นควรถูกลบออกไปด้วยเช่นกัน

Online Bank Accounts

บ่อยครั้ง บัญชีธนาคารจะสามารถจัดการและเข้าถึงทางออนไลน์ได้ และต้องมีการยืนยันตัวตนผ่านอุปกรณ์พกพาเพื่อทำธุรกรรม หรือแม้แต่เพื่อเข้าถึงบัญชีออนไลน์ หากผู้ถูกควบคุมตัวไม่ได้เข้าถึงบัญชีธนาคารมาเป็นระยะเวลานาน สถานการณ์ทางการเงินและความสามารถในการเข้าถึงบัญชีของเขาอาจได้รับผลกระทบ ในกรณีเช่นนี้ ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าได้ดำเนินการต่อไปนี้:

  • ตัดการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณ์ที่ถูกยึดไปกับบัญชีธนาคาร (ต่างๆ) ของผู้ถูกควบคุมตัว
  • ขออนุญาตและการมอบอำนาจจากผู้ถูกควบคุมตัวเพื่อให้สามารถใช้งานบัญชีธนาคารแทนเขาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ (โดยให้ได้รับความยินยอมจากสมาชิกครอบครัวของเขา)

Final tips